0 Comments

จอประสาทตาเสื่อม

จอประสาทตาเสื่อม หนึ่งในโรคเกี่ยวกับระบบการมองเห็นที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป เนื่องจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น จะทำให้สายตาและจอประสาทตาของเราเสื่อมตามลงไปด้วย ส่งผลให้สูญเสียการมองเห็นบริเวณจุดศูนย์กลางของภาพ ทำให้มองไม่ชัดหรือบิดเบี้ยว ต้องพึ่งแสงในการมอง ยากต่อการอ่านหนังสือหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ในปัจจุบันนี้พบว่ามีผู้ป่วยอายุน้อยหลายรายที่มีอาการนี้ เนื่องจากการใช้สายตาหนักเกินไป เช่น จ้องจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งแสงสีฟ้าก็ส่งผลให้จอประสาทตามีปัญหาได้เช่นเดียวกัน และถึงแม้ว่าในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาด แต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก็สามารถช่วยชะลอความเสื่อมของจอประสาทตาได้ มาดูกันว่ามีวิธีใดบ้าง

สัญญาณเตือนของโรคจอประสาทตาเสื่อม

สำหรับสัญญาณเตือนและการเบื้องต้นของโรค มีดังนี้

  • มองเห็นภาพไม่ชัด ภาพเบลอ
  • มองเห็นภาพบิดเบี้ยว จนอาจมีอาการปวดศีรษะร่วมด้วย
  • มองเห็นสีต่าง ๆ ไม่ชัด หรือมองเห็นสีผิดเพี้ยนไป
  • ไม่สามารถมองเห็นได้หากอยู่ในที่มืด ต้องพึ่งแสงสว่างเท่านั้น
  • ในบางราย อาจมองเห็นได้ไม่ดีในขณะที่มีแสงสว่างมาก มีอาการแพ้แสง

4 วิธีป้องกันอาการจอประสาทตาเสื่อม

1. ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อดวงตา โดยอาหารที่มีประโยชน์และช่วยบำรุงสายตา ได้แก่

ผักใบเขียวเข้ม : อุดมไปด้วยลูทีนและซีแซนทีน สารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์จอประสาทตา เช่น ผักคะน้า ผักโขม คะน้า

ปลา : อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 ช่วยลดการอักเสบ ลดความเสี่ยงจอประสาทตาเสื่อมและเสริมสร้างเซลล์จอประสาทตา เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน

ไข่ : มีลูทีนและซีแซนทีนสูง ช่วยกรองแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อดวงตา

ถั่วและธัญพืช : อุดมไปด้วยวิตามินอี สารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์จอประสาทตา เช่น ข้าวโพด หรือถั่วลันเตา

2. หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เช่น

สูบบุหรี่ : บุหรี่มีสารพิษที่ทำลายเซลล์จอประสาทตา เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหากับจอประสาทตา

แสงแดด : แสงแดดส่งผลต่อจอประสาทตาเสื่อมโดยตรง ควรสวมแว่นกันแดดที่มีประสิทธิภาพในการกันแสงยูวีทุกครั้งที่ออกแดด

ภาวะอ้วน : ภาวะอ้วนส่งผลต่อระบบไหลเวียนเลือด เพิ่มความเสี่ยงได้เช่นเดียว

3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยชะลอความเสี่ยงได้ อีกทั้งยังส่งผลดีต่อสุขภาพ เพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี

4. ตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ

ควรตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยจักษุแพทย์จะตรวจอย่างละเอียดเพื่อประเมินความเสี่ยงและให้คำแนะนำในการดูแลดวงตา หรือหากมีอาการเสี่ยงควรพบจักษุแพทย์จะติดตามอาการและปรับแผนการรักษาตามความเหมาะสม

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้ ไม่เพียงแต่ช่วยชะลอจอประสาทตาเสื่อม ยังส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมอีกด้วย ดังนั้น ควรดูแลสุขภาพของดวงตาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มองเห็นโลกอย่างสดใสได้นานที่สุด

Related Posts

อาหารเสริม

รู้จักรูปแบบอาหารเสริมก่อนซื้อมาทาน

พวกเราทุกคนต่างรู้กันดีอยู่แล้วว่าการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะจะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและเพียงพอ เสริมสร้างระบบในร่างกายได้เป็นอย่างดี แต่มันก็เป็นไปได้ยากที่ว่าในทุกมื้อเราจะกินในครบ 5 หมู่ แล้วจะถูกต้องตามหลักโภชนาการ จึงมีผลิตภัณฑ์…

รับทำความสะอาดออฟฟิศ

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความสุขในสำนักงานด้วยบริการทำความสะอาดครบวงจร

ในยุคที่การทำงานมีความซับซ้อนและต้องตอบโจทย์ความคุ้มค่าอย่างชาญฉลาด การเลือกใช้บริการรับทำความสะอาดออฟฟิศสำหรับสำนักงานขนาดใหญ่นับเป็นการลงทุนที่สร้างสมดุลและความสุขให้ทั้งองค์กรและพนักงานได้จริง การรักษาสภาพแวดล้อมที่สะอาด ปลอดภัย และเป็นระเบียบไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและความรู้สึกของบุคลากรในระดับลึก ความสะอาดเป็นจุดเริ่มต้นของความสมดุลและประสิทธิผล เปรียบเสมือนการดูแลสุขภาพร่างกายที่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอและองค์รวม สำนักงานที่สะอาดเอี่ยมเปรียบเป็นพื้นที่ที่เปิดทางให้ความคิดสร้างสรรค์และความสัมพันธ์ที่ดีเกิดขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ บริการรับทำความสะอาดออฟฟิศ…

ใส่เลนส์เสริม

ใส่เลนส์เสริม คืออะไร ใช้แก้ปัญหาอะไร

ในปัจจุบันผู้คนที่มีปัญหาสายตา ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง มีทางเลือกในการแก้ปัญหาหลายแบบ นอกจากการใส่แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์แล้ว การทำเลสิก (LASIK) เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย แต่สำหรับคนบางกลุ่มที่ไม่สามารถทำเลสิกได้…